Reintegrative Shaming

Shaming การทำให้อับอาย อธิบายรูปแบบของปฏิกิริยาของคนในสังคมต่อบุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน Braithwaite กล่าวว่า การทำให้อับอายแบ่งเป็น 2 รูปแบบ อันดับแรก Disintegrative shaming หรือ การทำให้อับอายแบบตีตรา เป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง (stigmatising) และกีดกันบุคคลจากชุมชน ดังนั้นจึงทำให้เกิดความเบี่ยงเบนแบบทุติยภูมิ (secondary deviance) และผู้กระทำผิดไม่อาจกลับคืนสู่สังคมจากการตีตรา ในทางกลับกัน Reintegrative shaming หรือ การทำให้อับอายแบบบูรณาการ นอกจากจะกล่าวถึงการไม่ยอมรับการเบี่ยงเบน ยังเห็นความสำคัญของการให้อภัยและความเต็มใจที่จะยอมรับผู้กระทำความผิดกลับคืนสู่ชุมชนอีกด้วย จากทฤษฎีการตีตรา (Labelling theory), ทฤษฎีการควบคุมทางสังคม (Control theory) และทฤษฎีความไร้ระเบียบทางสังคม (social disorganization theory) Braithwaite ได้แยกแยะความแตกต่างระหว่างสองรูปแบบของการทำให้อับอาย (shaming) เพื่ออธิบายวิธีการลงโทษที่สำเร็จผล Braithwaite กล่าวถึงการทำให้อับอายว่า “เป็นกระบวนการทางสังคมทั้งหมดในการแสดงความไม่ยอมรับเจตนาหรือความสำนึกผิดในตัวผู้เคยกระทำความผิด โดยการประณามผู้กระทำผิดให้เกิดความละอาย” (Braithwaite, 1989: 100) Braithwaite แบ่งการทำให้อับอายออกเป็น 2 รูปแบบ ความแตกต่างที่สำคัญของการทำให้อับอายแบบบูรณาการและการทำให้อับอายแบบตีตรา คือ การแสดงออกถึงการไม่ยอมรับของชุมชน […]