Labelling Theory ทฤษฎีตีตรา

ทฤษฎีการตีตราเน้นว่า ความคิดเห็นของผู้อื่นมีอิทธิพลต่อวิธีที่เราคิดต่อตนเองอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทฤษฎีการตีตราบอกว่า เมื่อคนอื่นมองว่าเราเป็นอาชญากร เราจะเปลี่ยนแนวความคิดในตนเองเพื่อให้เข้ากับสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับเรา และหากพวกเขาตีตราว่าเราเป็นผู้ร้าย เราก็จะดำเนินการตามการตีตรานั้นในที่สุด กล่าวอีกนัยหนึ่งเราจะกลายเป็นผู้กระทำความผิดเพราะคนอื่นบอกว่าเราเป็นผู้กระทำความผิด แนวคิดเรื่องทฤษฎีการตีตรา เฟื่องฟูในสังคมวิทยาอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1960 แนวคิดหลักสามารถสืบย้อนไปถึงงานของ Emile Durkheim, George Herbert Mead, Frank Tannenbaum, Edwin Lemert, Albert Memmi, Erving Goffman และ David Matza ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาและวิจัยทฤษฎีการตีตราเช่นกัน Edwin Lamert Lemert ได้ตีพิมพ์หนังสือ Social Pathology ในปี ค.ศ.1951 ต่อมาได้พัฒนาแนวคิดเรื่อง secondary deviance และได้พัฒนามุมมองนี้ต่อไปในหนังสือเรื่อง Human deviance, Social problems, และ Social control ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1967 Primary Deviance Primary Deviance […]
Reintegrative Shaming

Shaming การทำให้อับอาย อธิบายรูปแบบของปฏิกิริยาของคนในสังคมต่อบุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน Braithwaite กล่าวว่า การทำให้อับอายแบ่งเป็น 2 รูปแบบ อันดับแรก Disintegrative shaming หรือ การทำให้อับอายแบบตีตรา เป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง (stigmatising) และกีดกันบุคคลจากชุมชน ดังนั้นจึงทำให้เกิดความเบี่ยงเบนแบบทุติยภูมิ (secondary deviance) และผู้กระทำผิดไม่อาจกลับคืนสู่สังคมจากการตีตรา ในทางกลับกัน Reintegrative shaming หรือ การทำให้อับอายแบบบูรณาการ นอกจากจะกล่าวถึงการไม่ยอมรับการเบี่ยงเบน ยังเห็นความสำคัญของการให้อภัยและความเต็มใจที่จะยอมรับผู้กระทำความผิดกลับคืนสู่ชุมชนอีกด้วย จากทฤษฎีการตีตรา (Labelling theory), ทฤษฎีการควบคุมทางสังคม (Control theory) และทฤษฎีความไร้ระเบียบทางสังคม (social disorganization theory) Braithwaite ได้แยกแยะความแตกต่างระหว่างสองรูปแบบของการทำให้อับอาย (shaming) เพื่ออธิบายวิธีการลงโทษที่สำเร็จผล Braithwaite กล่าวถึงการทำให้อับอายว่า “เป็นกระบวนการทางสังคมทั้งหมดในการแสดงความไม่ยอมรับเจตนาหรือความสำนึกผิดในตัวผู้เคยกระทำความผิด โดยการประณามผู้กระทำผิดให้เกิดความละอาย” (Braithwaite, 1989: 100) Braithwaite แบ่งการทำให้อับอายออกเป็น 2 รูปแบบ ความแตกต่างที่สำคัญของการทำให้อับอายแบบบูรณาการและการทำให้อับอายแบบตีตรา คือ การแสดงออกถึงการไม่ยอมรับของชุมชน […]